[x] ปิดหน้าต่างนี้
 
 

ข้อมูลพื้นฐานกศน.ตำบคลองหอยโข่ง

ความเป็นมา

กศน. ตำบลคลองหอยโข่ง ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลคลองหอยโข่ง อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา ตำบลคลองหอยโข่ง เป็นตำบลดั้งเดิม ตั้งแต่อำเภอคลองหอยโข่งขึ้นอยู่กับอำเภอหาดใหญ่ ปัจจุบันเป็นตำบลหนึ่งของอำเภอคลองหอยโข่ง ประชากรเป็นคนดั้งเดิมอาศัยสืบทอดมาแต่โบราณ สันนิษฐานได้จากสถานที่สำคัญทางศาสนาบ่งบอกถึงประวัติศาสตร์เก่าแก่สมัยรัตนโกสินทร์ แต่ด้วยความเป็นถิ่นทุรกันดาร กระทรวงมหาดไทยจึงประกาศแยกให้เป็นกิ่งอำเภอคลองหอยโข่งตั้งแต่ วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2535 และต่อมาได้มีพระราชกฤษฎีกายกฐานะเป็นอำเภอ ตั้งแต่ 11 ตุลาคม พ.ศ.2540 เป็นต้นมาอาคารแห่งนี้แต่เดิมเป็นศูนย์เอนกประสงค์ประจำหมู่บ้าน ของหมู่ที่ ๑ ตำบลคลองหอยโข่งต่อมาได้ได้ประกาศจัดตั้งให้เป็นศูนย์การเรียนชุมชนบ้านจอมหรำ ซึ่งตั้งอยู่ที่ ศาลาอเนกประสงค์ หมู่ที่ 1 ตำบลคลองหอยโข่ง อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 25 เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2542 และต่อมาเมื่อวันที่ ๑๒  ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ ได้ประกาศจัดตั้งเป็น กศน.ตำบลคลองหอยโข่ง ประกาศจัดตั้งจากจังหวัดสงขลา

ที่ตั้ง

บ้านจอมหรำ หมู่ที่ 1 ตำบลคลองหอยโข่ง อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา

 

บทบาทหน้าที่

กศน.ตำบลมีบทบาทสำคัญในการจัดและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชนและสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ในชุมชนโดยมีครู กศน.ตำบลเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนและมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานกศน.ตำบลดังนี้

        ๑) การวางแผนจัดทำฐานข้อมูลชุมชนจัดทำแผนพัฒนากศน. ตำบลและจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปี

) การจัดและส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย

กศน. ตำบลมีฐานะเป็นหน่วยจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชนและการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ในชุมชนมีภารกิจดังนี้

๑.จัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยให้กับประชาชนกลุ่มเป้าหมายในชุมชนโดยแยกเป็นกิจกรรมดังนี้

        ๑)การศึกษานอกระบบ

        - การศึกษาขั้นพื้นฐาน

          - การศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ

          - การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต

          - การศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน

          - กระบวนการเรียนรู้ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

        ๒)การศึกษาตามอัธยาศัย

๒.สร้างและขยายภาคีเครือข่ายเพื่อการมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยในชุมชน

๓.ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยในชุมชนของภาคีเครือข่าย

. จัดทำระบบข้อมูลสถิติและสารสนเทศเกี่ยวกับประชากรกลุ่มเป้าหมาย

. จัดทำแผนโครงการการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยประจำปีงบประมาณ

. ประสานงานและเชื่อมโยงการดำเนินงานการจัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย

. พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย

. รายงานผลการดำเนินงานการการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยต่อกศน.อำเภอ

    ๓) เป็นศูนย์เรียนรู้ 4 ศูนย์

            - ศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิต

           - ศูนย์ดิจิทัลชุมชน

           - ศูนย์ส่งเสริมประชาธิปไตย

           - ศูนย์เรียนรู้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงประจำตำบลคลองหอยโข่ง

กรรมการกศน.ตำบลคลองหอยโข่ง

1.       นายทนงค์ ละอองโชค

2.       นายนิกร ปานณรงค์

3.       นายอิศรายุทธ คงมัยลิก

4.       นายสำราญ สว่างจันทร์

5.       นายวินัย สุคนธรัตน์

6.       นายอะหลี มรสุม

7.       นายสมพร กินรี

อาสาสมัครตำบลคลองหอยโข่ง

1.       นายคุณานนต์ โอยชัย

2.       นายภูวเดช สามาอาพัด

บุคลากร ตำบลคลองหอยโข่ง

1.       นายจตุรภัทร เวชสิทธิ์ ผอ.กศน.อำเภอคลองหอยโข่ง

2.       นายมนตรี จันวดี ครูอาสาสมัครฯ

3.       นางสาวสุวรรณาบริเพชร์หัวหน้ากศน.ตำบล

.๑ สภาพทั่วไปของตำบล

ลักษณะทางภูมิศาสตร์

พื้นที่เหมาะสมแก่การทาการเกษตรราษฎรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำสวนยางเป็นอาชีพหลัก

 

อาณาเขตตำบล

-ทิศเหนือจรดหมู่ที่ 2 ตาบลคลองหลา

-ทิศใต้จรดตำบลทุ่งหมออำเภอสะเดา

-ทิศตะวันนอกจรดหมู่ที่ 7 ตาบลโคกม่วง

-ทิศตะวันตกจรดจังหวัดสตูล

 

ข้อมูลอาชีพของตำบล

-อาชีพหลักทาสวน/ทาไร่

-อาชีพเสริมทาขนม

 

ข้อมูลสถานที่สาคัญของตำบล

1. น้าตกผาดา

2. ที่ว่าการอาเภอคลองหอยโข่ง

3. วัดโพธิ์

4. สานักสงฆ์จอมหราพัฒนา

5. สานักสงฆ์บ้านเก่าร้าง

6. โรงเรียนบ้านหน้าวัดโพธิ์

7. กองพลพัฒนาที่ 4 (ค่ายรัตนพล)

8. สถานีวิจัยและพัฒนาประมงน้าจืดจังหวัดสงขลา

ภูมิประเทศ

พื้นที่ทางทิศตะวันตกติดเทือกเขาสันการาคีรีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ราบลูกคลื่นลอนลาดเนินเขาที่ลาดเชิงเขาและพื้นที่ราบลุ่ม

 

ภูมิอากาศ

ตำบลคลองหอยโข่งอยู่ภายใต้อิทธิของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือมี 2 ฤดูกาลคือฤดูร้อนเริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคมฤดูฝนเริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม

การปกครองและประชากร

แบ่งเขตการปกครองตามพระราชบัญญัติการปกครองท้องที่พ . . 2457 เป็นหมู่บ้านในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลคลองหอยโข่งจานวน 7 หมู่บ้านได้รับประกาศจัดตั้งเป็นองค์การบริหารส่วนตำบลในราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ 111 ตอนที่ 53 .ลงวันที่ 2 ธันวาคม 2537 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2538

 

 

 

๒.๒ ข้อมูลด้านประชากร

          จำนวนประชากรจำแนกตามเพศและเขตพื้นที่ตำบล

หมู่ที่

บ้าน

จำนวนประชากร

จำนวน

กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน

ชาย

หญิง

รวม

ครัวเรือน

1

บ้านจอมหรำ

141

164

305

112

นายสำราญ สว่างจันทร์

2

บ้านดานงา

666

719

1386

382

นายทนงค์ ละอองโชค

3

บ้านเหนือ

635

590

1225

445

นายนิกร ปานณรงค์

4

บ้านยูงทอง

184

178

362

86

นายอิศรายุทธ คงมัยลิก

5

บ้านทุ่งเลียบ

554

212

436

194

นายสมพร กินรี

6

บ้านเก่าร้าง

475

487

962

248

นายวินัย สุคนธรัตน์

7

บ้านควนกบ

332

303

635

149

นายอะหลี มรสุม

 

ทะเบียนบ้านกลาง

3

0

3

2

 

รวม

2,660

2,653

5,313

1,618

 

 

          จำนวนประชากรจำแนกตามช่วงอายุ

ช่วงอายุปี

จำนวน

ร้อยละของประชากรทั้งหมด

0-5

150

2.82

6-14

2,050

38.58

15-39

1,020

19.19

40-59

1,002

18.85

60-69

786

14.79

70-79

200

3.76

80-89

103

1.93

90ปีขึ้นไป

2

0.03

รวม

5,313

100

จากตารางจำนวนประชากรจำแนกตามช่วงอายุ พบว่า ประชากรส่วนใหญ่เป็นประชากรวัยแรงงาน อายุ ๑๕ ๕๙ ปี คิดเป็นร้อยละ 38.04 ประกอบด้วย ประชากรช่วงอายุระหว่าง ๑๕ ๓๙ ปี ร้อยละ 19.19 ซึ่งเป็นกลุ่มวัยแรงงานที่ให้ความสำคัญในการจัดบริการการเรียนรู้เป็นกลุ่มแรก และช่วงอายุ  ๔๐ ๕๙ ปี  คิดเป็นร้อยละ 18.85 เป็นกลุ่มวัยแรงงานที่ให้ความสำคัญในการจัดบริการการเรียนรู้รองลงมา สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุที่มีอายุ ๖๐ ปีขึ้นไป ร้อยละ 20.51 เป็นกลุ่มที่ให้ความสำคัญในการจัดบริการการเรียนรู้ตามช่วงอายุจากมากไปหาน้อยตามลำดับ

         

 

 

จำนวนผู้พิการจำแนกตามความพิการ

ประเภทผู้พิการ

จำนวนผู้พิการ(คน)

คิดเป็น

ชาย

หญิง

รวม

 

ทางสมอง

2

1

3

0.05

ทางสายตา

20

30

50

0.94

ทางร่างกาย

5

3

8

0.15

พิการซ้ำซ้อน

2

1

3

0.05

รวม

28

35

64

1.19

กลุ่มผู้พิการ เป็นกลุ่มผู้ด้อยโอกาสในการที่จะเข้ารับบริการทางการศึกษาหรือเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ด้อยในกว่าคนปกติทั่วไป อันเนื่องมาจากข้อจำกัดทางด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญาหรือความสามารถในการเรียนรู้ จากตารางข้อมูลจำนวนคนพิการ ในพื้นที่ตำบลจำแนกตามประเภทความพิการ ส่วนใหญ่มีความพิการทางสายตาคิดเป็นร้อยละ 0.94 และพิการทางร่างกาย คิดเป็นร้อยละ 0.15มีความพิการมากที่สุดทั้งสองประเภท ร้องลงมาคือผู้พิการทางสมอง คิดเป็นร้อยละ 0.05 และในการจัดบริการทางการศึกษาและการเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ ได้จัดตามความสนใจและความต้องการของผู้เรียนรายบุคคลหรือกลุ่ม โดยวิเคราะห์จากความสามารถในการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับสภาพความพิการของแต่ละบุคคลหรือกลุ่มจากการดำเนินงาน บริการจัดการศึกษาแก่ผู้พิการในรอบปีที่ผ่านมา พบว่าผู้พิการยังขาดความสนใจในการรับการศึกษา ขาดความมั่นใจในการเรียน การใช้ชีวิตในสังคม การยอมรับทางสังคมในเรื่องการศึกษายังไม่มีมากเท่าที่ควร เพราะครอบครัวคิดว่าเป็นผู้พิการ ไม่ต้องเรียนรู้ก็ ทำให้ผู้พิการบางคนชอบเก็บตัวเงียบอยู่ในบ้าน

๒.๓ ข้อมูลด้านสังคม

ด้านสังคมและประเพณีและวัฒนธรรมของคนในชุมชน สภาพของประชาชนส่วนใหญ่อยู่เป็นครอบครัวใหญ่มีวงศาคณาญาติปลูกบ้านอยู่ในระแวกเดียวกัน นับถือบรรพบุรุษ มีสัมมาคาราวะต่อผู้มีอายุมากว่า ชาวบ้านส่วนใหญ่ร้อยละ 99 นับถือศาสนาพุทธ มีวัดประจำหมู่บ้านเป็นสถานที่พิธีกรรมทางศาสนา และเป็นศูนย์รวมจิตของชาวบ้านซึ่งทำให้เกิดประเพณีและวัฒนธรรมที่สำคัญดังนี้

ประเพณีชักพระ  

ประเพณีชักพระเป็นประเพณีทพราหมณ์ศาสนิกชนและพุทธศาสนิกชนปฏิบัติสืบต่อกันมา  สันนิษฐานว่าประเพณีนี้เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศอินเดีย ที่นิยมเอา เทวรูปออกแห่ในโอกาสต่าง ๆ  ต่อมาพุทธศาสนิกชนได้นำเอาคติความเชื่อดังกล่าวมาปรับปรุงให้สอดคล้องกับความเชื่อทางพุทธศาสนา  ประเพณีชักพระเล่ากันเป็นเชิงพุทธตำนาน ว่า หลังจากพระพุทธองค์ทรงกระทำยมกปาฏิหารย์ปราบเดียรถีย์ ณ ป่ามะม่วง กรุงสาวัตถี แล้วได้เสร็จไปจำพรรษา ณ ดาวดึงส์เพื่อโปรดพุทธมารดา ซึ่งขณะนั้นทรงจุติเป็นมหามายาเทพ สถิตอยู่ ณ ดุสิตเทพพิภพตลอดพรรษา พระพุทธองค์ทรงประกาศพระคุณของมารดาแก่เทวสมาคมและแสดงพระอภิธรรมโปรดพุทธมารดา 7 คัมภีร์ จนพระมหามายาเทพและเทพยดา ในเทวสมาคมบรรลุโสดาบันหมด ถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 อันเป็นวันสุดท้ายของพรรษา พระพุทธองค์ได้เสด็จกลับมนุษยโลกทางบันได ทิพย์ที่พระอินทร์นิมิตถวาย บันไดนี้ทอดจากภูเขาสิเนนุราชที่ตั้งสวรรค์ ชั้นดุสิตมายังประตูนครสังกัสสะ ประกอบด้วยบันไดทอง บันไดเงินและบันไดแก้ว บันไดทองนั้นสำหรับเทพยดา มาส่งเสด็จอยู่เบื้องขวาของพระพุทธองค์ บันไดเงินสำหรับพรหมมาส่งเสด็จอยู่เบื้องซ้ายของพระพุทธองค์ และบันไดแก้วสำหรับพระพุทธองค์อยู่ตรงกลาง เมื่อพระพุทธองค์เสด็จมาถึง ประตูนครสังกัสสะตอนเช้าตรู่ของวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ซึ่งเป็นวันออกพรรษานั้น พุทธศาสนิกชนที่ทราบกำหนดการเสด็จกลับของพระพุทธองค์จากพระโมคคัลลานได้มารอรับเสด็จ อย่างเนืองแน่นพร้อมกับเตรียมภัตตาหารไปถวายด้วย แต่เนื่องจากพุทธศาสนิกชนที่มารอรับเสด็จมีเป็นจำนวนมากจึงไม่สามารถจะเข้าไปถวายภัตตาหารถึงพระพุทธองค์ได้ทั่วทุกคน จึงจำเป็นที่ต้องเอาภัตตาหารห่อใบไม้ส่งต่อ ๆ กันเข้าไปถวายส่วนคนที่อยู่ไกลออกไปมาก ๆ จะส่งต่อ ๆ กันก็ไม่ทันใจ จึงใช้วิธีห่อภัตตาหารด้วยใบไม้โยนไปบ้าง ปาบ้าง ข้าไปถวายเป็น ที่โกลาหล โดยถือว่าเป็นการถวายที่ตั้งใจด้วยความบริสุทธิ์ด้วยแรงอธิษฐานและอภินิหารแห่งพระพุทธองค์ ภัตตาหารเหล่านั้นไปตกในบาตรของพระพุทธองค์ทั้งสิ้น เหตุนี้จึงเกิด ประเพณี "ห่อต้ม" "ห่อปัด" ขึ้น เพื่อเป็นการแสดงถึงความปิติยินดีที่พระพุทธองค์เสด็จกลับจากดาวดึงส์ พุทธศาสนิกชน ได้อัญเชิญพระพุทธองค์ขึ้นประทับบนบุษบกที่เตรียมไว้ แล้วแห่แหนกันไปยังที่ประทับของพระพุทธองค์ ครั้นเลยพุทธกาลมาแล้วและเมื่อมีพระพุทธรูปขึ้น พุทธศาสนิกชนจึงนำเอาพระพุทธรูปยกแห่แหนสมมติแทนพระพุทธองค์

ประเพณีขึ้นถ้ำ

ประเพณีขึ้นถ้ำเป็นประเพณีที่มีการสืบทอดกันมาแต่อดีต นิยมจัดขึ้นเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตรด้วยมีความเชื่อว่าการทำนาหรือ กิจกรรมการเกษตรที่ประสบความสำเร็จได้เกิดจากการดลบันดาลของสิ่ง ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย การขึ้นถ้ำจึงเป็นพิธีกรรมใช้บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งมักเป็นพระพุทธรูปของวัดเพื่อแสดงความกตัญญูและเป็นนิมิตรหมายที่ดีให้ แก่ชีวิต

พิธีกรรมเปิดให้มีการสักการะ และปิดทองพระพุทธรูปบนเขาวังชิงและมีการทำข้าวหลามบูชาสักการะ การนมัสการขึ้นถ้ำปิดทองเป็นประเพณีที่ถือปฏิบัติสืบเนื่องทุกปีเช่นเดียว กับ กิจกรรมตามเทศกาลอื่น ๆ แต่เป็นการเปิดโอกาสให้คนได้ร่วมทำบุญ และหารายได้ให้วัดเพื่อใช้จ่ายใน กิจกรรมต่าง ๆ อันเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนาให้คงอยู่ตลอดไป

ประเพณีลอยกระทง

วันลอยกระทง ถือว่าเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งของชาวไทยทุกคน วันลอยกระทง ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 มักตกอยู่ในราวเดือนพฤศจิกายน ประเพณีลอยกระทง ซึ่งปี 2559 นี้ ตรงกับวันจันทร์ที่ 14 พฤศจิกายน โดยวันลอยกระทงได้ถูกกำหนดขึ้นเพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์ และขอขมาต่อพระแม่คงคา บางหลักฐานเชื่อว่าเป็นการบูชารอยพระพุทธบาทที่ริมฝั่งแม่น้ำนัมทามหานที และบางหลักฐานก็ว่าเป็นการบูชาพระอุปคุตอรหันต์หรือพระมหาสาวก สำหรับประเทศไทยประเพณีลอยกระทงได้กำหนดจัดในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่ติดกับแม่น้ำ ลำคลอง หรือ แหล่งน้ำต่าง ๆ ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็จะมีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจแตกต่างกันไปเดิมเชื่อกันว่า ประเพณีลอยกระทง เริ่มมีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ในรัชสมัยพ่อขุนรามคำแหง โดยมีนางนพมาศหรือท้าวศรีจุฬาลักษณ์ พระสนมเอกในพระร่วงเจ้าแห่งกรุงสุโขทัย เป็นผู้ประดิษฐ์กระทงขึ้นครั้งแรก โดยแต่เดิมเรียกว่า พิธีจองเปรียงที่ลอยเทียนประทีป และนางนพมาศได้นำดอกโคทม ซึ่งเป็นดอกบัวที่บานเฉพาะวันเพ็ญเดือนสิบสองมาใช้ใส่เทียนประทีป แต่ปัจจุบันมีหลักฐานว่าไม่น่าจะเก่ากว่าสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยอ้างอิงหลักฐานจากภาพจิตรกรรมการสร้างกระทงแบบต่างๆ ในสมัยรัชกาลที่ 1ต่อมาในช่วงกรุงรัตนโสินทร์ตอนต้น สมัยรัชกาลที่ 1 ถึง รัชกาลที่ 3 พระบรมวงศานุวงศ์ตลอดจนขุนนางนิยมประดิษฐ์กระทงเพื่อประกวดแข่งขันกัน ซึ่งใช้แรงงานและแรงคนเป็นจำนานมาก พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงมองเห็นว่าเป็นการสิ้นเปลืองจึงยกเลิกการประดิษฐ์กระทงใหญ่ไป และหันมาทำเรือลอยประทีปถวายองค์ละลำแทนกระทงใหญ่ ซึ่งเรียกว่า เรือลอยประทีป

ประเพณีสารทเดือนสิบ

ประเพณีสารทเดือนสิบ เป็นงานบุญประเพณีของคนภาคใต้ของประเทศไทย โดยเฉพาะชาวนครศรีธรรมราช ที่ได้รับอิทธิพลด้านความเชื่อ ซึ่งมาจากทางศาสนาพราหมณ์ โดยมีการผสมผสานกับความเชื่อทางพระพุทธศาสนาเข้ามาในภายหลัง โดยมีจุดมุ่งหมายสำคัญเพื่อเป็นการอุทิศส่วนกุศล ให้แก่ดวงวิญญาณของบรรพชนและญาติที่ล่วงลับ ซึ่งเชื่อว่าได้รับการปล่อยตัวมาจากภูมินรก ที่ตนต้องจองจำอยู่เนื่องจากผลกรรมที่ตนได้เคยทำไว้ ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ โดยจะเริ่มปล่อยตัวจากภูมินรกในทุก วันแรม 1 ค่ำ เดือน 10 เพื่อมายังโลกมนุษย์ โดยมีจุดประสงค์ในการมาขอส่วนบุญจากลูกหลานญาติพี่น้อง ที่ได้เตรียมการอุทิศไว้ให้ เป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้ล่วงลับ หลังจากนั้นก็จะกลับไปยังภูมินรก ในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10ช่วงระยะเวลาในการประกอบพิธีกรรมของประเพณีสารทเดือนสิบ จะมีขึ้นในวันแรม 1 ค่ำ ถึง วันแรม 15 ค่ำ เดือน10 ของทุกปี แต่สำหรับวันที่ชาวใต้มักจะนิยมทำบุญกันมากคือ วันแรม 13 ถึง 15 ค่ำ ประเพณีวันสารทเดือนสิบ โดยในส่วนใหญ่แล้วจะตรงกับเดือนกันยายน

 

 

ประเพณีทำบุญวันว่าง

 วันว่างคือ วันที่เว้นว่างจากการทำงาน ซึ่งยกเว้นการหุงหาอาหารรับประทานและใช้ทำบุญถวายพระภิกษุสงฆ์ ชาวใต้ถือว่าวันว่างเป็น วันขึ้นปีใหม่ ของไทยเหมือนกับวันสงกรานต์ของภาคอื่นๆนั่นเอง ประเพณีวันว่างกระทำกัน3วัน ตรงกับวันขึ้น14 - 15 ค่ำ และวันแรม 1 ค่ำ เดือน5 แต่ปัจจุบันถือเอาวันที่ 13-14-15 เดือนเมษายนตามสากล ก่อนถึงวันว่างทุกครัวเรือนจะต้องเร่งทำงานที่คั่งค้างให้เสร็จเรียบร้อย เตรียมเสื้อผ้าชุดใหม่ไว้ใส่ ช่วยกันทำความสะอาดบ้าน นอกจากนี้ยังต้องตัดผม ตัดเล็บให้เรียบร้อยด้วย เพราะเมื่อถึงวันว่างนั้นห้ามกระทำในวันว่างวันแรก ทุกคนต้องทำจิตใจให้สดชื่น ทำแต่ความดี ตอนเช้ามีการทำบุญตักบาตร ตอนบ่ายจะมีการสรงน้ำพระพุทธรูป วันที่สองและสามจะเป็นการไปรดน้ำดำหัวญาติผู้ใหญ่และเยี่ยมเยียนญาติพี่น้อง "

 

๒.๔ ข้อมูลด้านเศรษฐกิจ

          อาชีพของประชาชนในตำบล

ตำบลคลองหอยโข่งเป็นตำบลที่มีพื้นที่มากที่สุดประชากรประกอบอาชีพทางด้านเกษตรเป็นหลักมีพื้นที่ทาการเกษตรกรรมประมาณ 54,703 ไร่ที่สาคัญที่สุดคือการทาสวนยางพารารองลงมาคือทานาปศุสัตว์และไร่นาสวนผสมเนื่องจากเป็นพื้นที่ที่อยู่ในเขตการให้บริการของอ่างเก็บน้าชลประทานจึงมีน้าในปริมาณที่เพียงพอต่อการใช้ประโยชน์ทั้งปี

อาชีพ

จำนวน(ครัวเรือน)

ร้อยละของประชากรทั้งหมด

รับจ้าง

300

18.54

ค้าขาย

100

6.18

เกษตร

1120

69.22

รับราชการ

50

3.09

อื่นๆ

48

2.96

รวม

1,618

100

 

 จากการสำรวจชุมชนพบว่าประชาชนที่อยู่ในชุมชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรเป็นอาชีพหลักคิดเป็นร้อยละ 69.22 ของจำนวนครัวเรือนทั้งหมด อาชีพการเกษตรเป็นอาชีพดั้งเดิมของบรรพบุรุษสืบทอดต่อกันมาถึงลูกหลานในปัจจุบันได้แก่ การทำสวนยางพารา สำหรับประชากรที่ประกอบอาชีพรองลงมา อาชีพรับจ้าง คิดเป็นร้อยละ 18.54 นอกจากนั้นประกอบอาชีพ ค้าขาย รับราชการ อื่นๆ

 

            การทำสวนยางพารา

-          พื้นที่การทำสวนยางพาราทั้งหมด  54,703 ไร่

-          จำนวนครัวเรือนที่ทำสวนยางพารา 1,120 ครัวเรือน

การทำสวนยางพาราส่วนใหญ่ เกษตรกรขายน้ำยางและทำยางแผ่น สภาพปัญหาส่วนใหญ่ มักประสบปัญหา ราคาน้ำยางตกต่ำ ถูกกดราคาจากพ่อค้าคนกลาง เนื่องจากการรวมกลุ่มต่อรองราคา ไม่มีความรู้การบริหารจัดการที่ดี รวมทั้งต้นทุนการผลิต สูง เช่น ปุ๋ย ต้นยาง เป็นต้น

การรับจ้างด้านการเกษตร

-          พื้นที่รับจ้างการเกษตร โครงการฟาร์มตัวอย่างในพระราชดำริ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ

-          พื้นที่ สวนยางพาราของเกษตรกรในชุมชน

               ผลผลิตที่ได้จากการรับจ้างการทำเกษตร เช่น การเลี้ยงสัตว์ การปลูกผัก การเพาะเห็ด การทำนา การปลูกไม้ผล เป็นต้น ทำให้ประชากรในพื้นที่มีรายได้ ไม่ต้องออกไปหางานทำ และสินค้าก็มีตลาดรองรับมีพ่อค้าคนกลางรับซื้อสินค้าตลอด สภาพปัญหาที่พบ การขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูร้อน

      การค้าขาย

การค้าขายในตำบลเป็นอาชีพที่สร้างเงินสร้างรายได้ค่อนข้างดีพอสมควรเนื่องจากทำเลที่ตั้งอยู่ในเขตชนบทโดยเฉพาะร้านค้าขายของชำ รวมถึงร้านขายอาหารประเภทอาหารตามสั่ง และกลุ่มค้าขายขนาดเล็ก ขนาดกลาง ประชาชนมักใช้บริการมากกว่าเข้าในตัวเมือง

-          ร้านขายของชำ                       50        แห่ง

-          ร้านขายอาหารทุกชนิด              20        แห่ง

-          ร้านขายยา                               1       แห่ง

-          ร้านขายอุปกรณ์การเกษตร            2       แห่ง

-          ร้านขายวัสดอุปกรณ์ประเภทก่อสร้าง 2      แห่ง

-          ร้านค้าประเภทซ่อมแซมต่างๆ          10     แห่ง

-          ร้านซ่อมรถยนต์/อุปกรณ์อิเล็คโทรนิค  5     แห่ง 

        สถานการณ์แรงงาน

ปัจจุบันตำบลคลองหอยโข่งมีประชากรในวัยแรงงานประมาณ3,900 คน เป็นชาย 1,750 คน หญิง 2,150 คน เป็นผู้มีงานทำ 3,555 คน เป็นผู้มีงานทำคิดเป็นรร้อยละ 91.15 และผู้ว่างงาน 345 คน คิดเป็นร้อยละ 8.84 คน

           จำนวนหน่วยธุรกิจที่สำคัญของตำบลคลองหอยโข่ง

-          ธนาคาร                 1         แห่ง

-          ตลาดสด                 4        แห่ง

-          ปั้มน้ำมัน                1         แห่ง

-          โรงสี                     -          แห่ง

-          ฟาร์มเลี้ยงสุกร          -แห่ง

-          ร้านค้าของชำ           50       แห่ง

-          ร้านขายยา               1        แห่ง

-          อู่ซ่อมรถ                  10      แห่ง

-          ปั้มน้ำมันใหญ่            -         แห่ง

-          โรงงานอุตสาหกรรม     -        แห่ง

-             ร้านอาหาร             20    แห่ง

-          ฟาร์มเลี้ยงไก่               -     แห่ง

-          ร้านวัสดุก่อสร้าง           2    แห่ง

-          คลินิก                       1    แห่ง 

         รวมทั้งหมด          90          แห่ง

        กลุ่มอาชีพเศรษฐกิจชุมชน

การดำเนินการของกลุ่มอาชีพเศรษฐกิจชุมชน มีการจัดตั้งกลุ่ม การรวมกลุ่มอาชีพ กลุ่มเกษตรกร และการก่อเกิดอาชีพอย่างหลากหลายในตำบล โดยหลายภาคส่วนได้ส่งเสริมสนับสนุนกลุ่มอาชีพในหมู่บ้าน ในการพัฒนาทั้งทักษะ/ความรู้ และข้อมูลการพัฒนางานหรือผลิตภัณฑ์ของทุกกลุ่มในตำบล ทำให้เกิดการรวมกลุ่มอาชีพขึ้นหลายกลุ่ม บางกลุ่มประสบความสำเร็จเป็นอาชีพขึ้นหลายกลุ่ม อาชีพ OTOP บางกลุ่มยังไม่มีความต่อเนื่องของกิจกรรมการผลิต การตลาด เนื่องจากมีปัญหาการคงอยู่ของกลุ่ม คุณภาพในการดำเนินงาน การขาดจิตอาสา ของสมาชิกในกลุ่ม เป็นต้น

    กลุ่มอาชีพที่มีอยู่ปัจจุบันได้แก่

กลุ่มจักสานเส้นพลาสติกบ้าน ทุ่งเลียบ หมู่ที่ 5 เริ่มจากการส่งเสริมการศึกษาต่อเนื่องของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศํยอำเภอคลองหอยโข่ง โครงการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ หลักสูตรระยะสั้น การจักสานเส้นพลาสติก ให้กับกลุ่มแม่บ้าน ประชาชนทั่วไปและเมื่อเรียนจบหลักสูตรได้มีการผู้ที่สนใจเข้ารวมกลุ่มกันทำเป็นอาชีพขายส่งในชุมชนและตามร้านค้าต่างๆ มีสมาชีกที่รวมกลุ่มกัน 10 คน

    กลุ่มการทำดอกไม้จันท์ บ้านจอมหรำ หมู่ที่ 1เริ่มจากการส่งเสริมการศึกษาต่อเนื่องของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศํยอำเภอคลองหอยโข่ง โครงการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ หลักสูตรระยะสั้น การทำดอกไม้จันท์ ให้กับกลุ่มแม่บ้าน ประชาชนทั่วไปและเมื่อเรียนจบหลักสูตรได้มีการผู้ที่สนใจเข้ารวมกลุ่มกันทำเป็นอาชีพขายส่งในชุมชนและตามร้านค้าต่างๆ มีสมาชีกที่รวมกลุ่มกัน 15 คน

กลุ่มการแปรรูปกล้วย บ้านควนกบ หมู่ที่ 7 เริ่มจากการส่งเสริมการศึกษาต่อเนื่องของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศํยอำเภอคลองหอยโข่ง โครงการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ หลักสูตรระยะสั้น การแปรรูปกล้วย ให้กับกลุ่มแม่บ้าน ประชาชนทั่วไปและเมื่อเรียนจบหลักสูตรได้มีการผู้ที่สนใจเข้ารวมกลุ่มกันทำเป็นอาชีพขายส่งในชุมชนและตามร้านค้าต่างๆ มีสมาชีกที่รวมกลุ่มกัน 20 คน

        

แหล่งเรียนรู้ในชุมชนและทุนด้านงบประมาณที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์เพื่อการจัดการศึกษา

๑.     แหล่งเรียนรู้ประเภทบุคคล ได้แก่

ภูมิปัญญาท้องถิ่น

ความรู้ความสามารถ

ที่อยู่

1.นางรัชนีกร ไชยรัตน์

การทำดอกไม้จันท์

3/3 หมุ่ที 1 ตำคลองหอยโข่ง

2.นางถนอม บำรุง

การเล่านิทาน เพลงกล่อมเด็ก

10 หมุ่ 1 ตำบลคลองหอยโข่ง

3.นายเจือนรัตนเสมา

การแกะสลัก/การจักสาน

56 หมู่ 2 ตำบลคลองหอยโข่ง

4.นายจรวย พรหมจรรย์

การเล่นหนังตะลุง

56 หมู่ 2 ตำบลคลองหอยโข่ง

5.นายดลอะซีด บิลโส๊ะ

การเกษตรแบบผสมผสาน

14 หมู่ 6 ตำบลคลองหอยโข่ง

 

๒.     แหล่งเรียนรู้ประเภทสถานที่/ชุมชน/กลุ่มทางเศรษฐกิจ/สังคม  ได้แก่

ชื่อแหล่งเรียนรู้

ประเภทแหล่งเรียนรู้

ที่ตั้ง

พิพิธภัณฑ์ชุมชน

พิพิธภัณฑ์ชุมชน

ม.1 ตำบลคลองหอยโข่ง

กลุ่มออมทรัพย์

กลุ่มออมทรัพย์

ม.7 ตำบลคลองหอยโข่ง

การทำดอกไม้จันท์

กลุ่มอาชีพ

ม.1 ตำบลคลองหอยโข่ง

4.ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง

เศรษฐกิจพอเพียง

ม.3 ค่ายรัตนพล

5.ฟาร์มตัวอย่าง

เศรษฐกิจพอเพียง

ม.3 บ้านเหนือ

6.วัดโพธิ์/วัดเก่าร้าง/สำนักสงฆ์บ้านเหนือ/สำนักสงฆ์จอมหรำ

โบราณสถาน

ม.1,2,3,6

๓.     แหล่งเรียนรู้สนับสนุนทุน/งบประมาณ ประเภทองค์กร ได้แก่

ภาคีเครือข่าย

การสนับสนุน

ที่อยู่/ที่ตั้ง

1.ศูนย์เรียนรู้การเกษตรคณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อำเภอคลองหอยโข่ง

อนุเคราะห์สถานที่/งบประมาณ

หมู่ที่ 5 บ้านทุ่งเลียบ

2.วัดโพธ์

อนุเคราะห์สถานที่/วิทยากร

หมู่ที่ 2 บ้านดานงา

3.โครงการฟาร์มตัวอย่าง

อนุเคราะห์สถานที่/วิทยากร

หมู่ที่ 3 บ้านเหนือ

4.กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต

อนุเคราะห์สถานที่/วิทยากร

หมู่ที่ 2 บ้านดานงา

5.กลุ่มการปลูกผักบ้านทุ่งเลียบ

อนุเคราะห์สถานที่/วิทยากร

หมู่ที่5 บ้านทุ่งเลียบ

6.กลุ่มสหกรณ์การยาง(โรงรม)

อนุเคราะห์สถานที่/วิทยากร

หมู่ที่ 6 บ้านเก่าร้าง

6.กลุ่มสหกรณ์การยาง(โรงรม)

อนุเคราะห์สถานที่/วิทยากร

หมู่ที่ 7 บ้านควนกบ

7.กลุ่มแปรรูปกล้วย

อนุเคราะห์สถานที่/วิทยากร

หมู่ที่ 7 บ้านควนกบ

8.ศูนย์วัฒนธรรมพื้นบ้าน

อนุเคราะห์สถานที่/วิทยากร

หมู่ที่ 1 บ้านจอมหรำ

ศูนย์ฝึกมโนราห์บ้านคลองเหรียง

อนุเคราะห์สถานที่/วิทยากร

หมู่ที่ 6บ้านเก่าร้าง

9.องค์กรบริหารส่วนตำบลคลองหอยโข่ง

อนุเคราะห์สถานที่/งบประมาณ

หมู่ที 3 บ้านเหนือ

10.สำนักงานเกษตรอำเภอ

อนุเคราะห์สถานที่/งบประมาณ

หมู่ที่ 2 ตำบลคลองหอยโข่ง

11.ปศุสัตว์อำเภอ

หน่วยงานภาครัฐ

หมู่ที่ 2 ตำบลคลองหอยโข่ง

๓แหล่งเรียนรู้สนับสนุนทุน/งบประมาณ ประเภทองค์กร ได้แก่

ภาคีเครือข่าย

การสนับสนุน

ที่อยู่/ที่ตั้ง

12.สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอ

อนุเคราะห์สถานที่/วิทยากร

หมู่ที่ 2 ตำบลคลองหอยโข่ง

13.สำนักงานสาธารณะสุขอำเภอ

อนุเคราะห์สถานที่/วิทยากร

หมู่ที่ 2 ตำบลคลองหอยโข่ง

14.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพบ้านทุ่งเลียบ

อนุเคราะห์สถานที่/วิทยากร

หมู่ที่ 5 ตำบลคลองหอยโข่ง

15.ศูนย์บริการสาธารณะสุขตำบลคลองหอยโข่ง

อนุเคราะห์สถานที่/วิทยากร

หมู่ที่ 2 ตำบลคลองหอยโข่ง

16.กองพลพัฒนาที่ ๔ ค่ายรัตนพล

อนุเคราะห์สถานที่/วิทยากร

หมู่ที่ 3 ตำบลคลองหอยโข่ง

17.กองพันพัฒนาที่ ๔ ค่ายรัตนพล

อนุเคราะห์สถานที่/วิทยากร

หมู่ที่ ๓ ตำบลคลองหอยโข่ง

18.สถานีตำรวจ

อนุเคราะห์สถานที่/วิทยากร

หมุ่ที่ ๓ ตำบลคลองหอยโข่ง

19.กลุ่ม อสม./กลุ่มผู้สูงอายุ/กลุ่มอาชีพ/กลุ่มผู้นำชุมชน

ประชาสัมพันธ์ช่วยงาน กศน.

หมู่ที่ 1,2,3,4,5,6,7

 

การท่องเที่ยวและการบริการ

ตำบลคลองหอยโข่งมีศักยภาพทางด้านท่องเที่ยว ทั้งในด้านปูชะนีสถานและด้านแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และที่สำคัญที่สุดซึ่งนับได้ว่าเป็นเอกลักษณ์และสร้างชื่อเสียงเป็นอย่างยิ่ง ได้แก่ น้ำตกผาดำ ทางกลุ่มอนุรักษ์คนรักต้นน้ำผาดำได้ ร่วมกันอนุรักษ์ และพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามของตำบลต่อไป

การเงินการธนาคาร

ในตำบลคลองหอยโข่ง มีกองทุนหมู่บ้าน/ธนาคาร รวมถึงกลุ่มเครือข่ายที่รวมตัวกันเพื่อส่งเสริมการออมอยู่หลายกลุ่ม โดยแต่ละกลุ่มก็มีบทบาทที่แตกต่างกัน โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณแต่ละยุค แต่ละสมัยตามแต่นโยบายของภาครัฐบาล โดยต่ละกลุ่มมักประสบปัญหาหลายๆอย่าง เช่น การขาดความรู้ด้านการจัดการอย่างเป็นระบบ และขาดระบบการจัดการที่ทันสมัย รวมทั้งชาวบ้านขาดรากฐานการออม สภาพปัญหาที่พบ คือไม่มีระบบการบริหารจัดการที่ดี ความชำนาญ การสูญหนี้

                การไฟฟ้า

 

                การประปา

การใช้โทรศัพท์

 

 

 

๒.๕ ข้อมูลด้านการศึกษา

ตำบลคลองหอยโข่งมีสถานศึกษารวมทั้งหมด 5 แห่ง  

หมู่ที่

ชื่อหมู่บ้าน

จำแนกตามการศึกษาสูงสุด

ไม่รู้หนังสือ

ต่ำกว่าประถม

ประถม

ม.ต้น

รวม

หมายเหตุ

1

บ้านจอมหรำ

1

34

100

170

305

 

2

บ้านดานงา

1

39

100

1246

1386

 

3

บ้านเหนือ

1

36

200

953

1225

 

4

บ้านยูงทอง

-

39

90

233

362

 

5

บ้านทุ่งเลียบ

-

39

143

254

436

 

6

บ้านเก่าร้าง

1

36

195

730

962

 

7

บ้านควนกบ

10

36

219

370

635

 

จากตารางข้อมูลระดับการศึกษาของประชาชนในตำบล พบว่ามีจำนวนผู้ไม่รู้หนังสือ ร้อยละ 0.26 ของจำนวนประชากรทั้งหมด ซึ่งจำนวนผู้ไม่รู้หนังสือส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุประสบปัญหาในเรื่องความจำ สายตา สำหรับผู้ไม่รู้หนังสือที่เป็นกลุ่มประชากรวัยแรงงานจะไม่มีเวลามาเรียนเพราะต้องทำงานหาเลี้ยงครอบครัว การเข้ารับบริการส่งเสริมการรู้หนังสือต้องเกิดจากความต้องการ ความสนใจ และความพร้อมของผู้เรียน จากการดำเนินงานที่ผ่านมา  พบว่าผู้เข้าร่มกิจกรรมส่งเสริมการรู้หนังสือส่วนใหญ่มีปัญหาในเรื่องเวลาการเรียน ฝึกทักษะในการเขียน การอ่านและการลืมหนังสือ ทำให้เกิดความท้อแท้ไม่อยากเรียนและเรียนไม่ครบหลักสูตรตามที่กำหนด เป็นผลให้จำนวนผู้ไม่รู้หนังสือมีอยู่ จำนวนผู้จบไม่บรรลุตามเป้าหมายที่กำหนด


 

 

 

 

 

 



เข้าชม : 1025
 
 
ศูนย์การเรียนรู้ตำบลคลองหอยโข่ง
บ้านจอมหรำ หมู่ที่ 1 ต.คลองหอยโข่ง อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา 90230 โทรศัพท์ 099-4073991

  facebook:กศน.ตำบลคลองหอยโข่ง
Powered by MAXSITE 1.10   Modify by   นิกร เกษโกมล   Version 2.05